ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ชื่อ:
งานเหลิม-งานหลองรัฐฯ: งานฉลองรัฐธรรมนูญและงานกาชาด จังหวัดตรัง
ปีที่สร้าง:
2477
สถานะ:
คงอยู่
พิกัดสถานที่:

ทุก ๆ ปี เมื่อเข้าสู่ช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ยาวจนถึงต้นเดือนธันวาคม ชาวบ้านและผู้คนหลากหลายชนชั้น หลากหลายอำเภอในจังหวัดตรัง จะรับรู้โดยทั่วกันว่าเป็นช่วงเวลาที่จะมีงานเทศกาลประจำปีที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของจังหวัด นั้นคือ “งานฉลองวันรัฐธรรมนูญและกาชาด” ที่ผู้คนในจังหวัดมักจะเรียกงานนี้กันว่า “งานเหลิม” หรือ “งานหลองรัฐ” ตามแต่ใครจะติดปากเรียกงานดังกล่าวว่าอะไร (ซึ่งผู้เขียนจะขอเรียกว่า งานเหลิม ตามความคุ้นชินของผู้เขียนที่เรียกงานนี้มาโดยตลอด)  ทั้งจังหวัดตรังยังคงมีงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญไว้ ซึ่งหลงเหลือเพียงจังหวัดเดียวในประเทศไทยในปัจจุบัน จากอดีตที่ครั้งหนึ่งงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในงานเทศกาลที่ปรากฏไปทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย

แต่เดิมนั้น จังหวัดตรังมีการจัดเหลิมมาตั้งแต่พ.ศ. 2477 ในชื่อของ “งานฉลองรัฐธรรมนูญ” เมื่อนายจัง จริงจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรังคนแรก ได้เชิญรัฐธรรมนูญฉบับจำลองจากพระนครมาประดิษฐานที่ศาลากลางจังหวัดตรัง ภายใต้ความสนใจอย่างมากล้นของประชาชนในจังหวัด ทั้งยังมีการจัดงานเฉลิมฉลองการมาของรัฐธรรมนูญฉบับจำลอง ด้วยการจัดงานมหรสพทั้งการเล่นมโนราห์ หนังตะลุง ลิเกป่า และอื่น ๆ หลังจากนั้นจึงมีการจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญในช่วงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี เพื่อจุดประสงค์ในการรำลึกถึงระบอบรัฐธรรมนูญอันเป็นระบอบใหม่ที่ให้สิทธิเสรีภาพแก่ราษฎร และยังเปรียบเสมือนหมุดหมายสำคัญของการให้ประชาชนได้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2489 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี พร้อมกับการกลับมามีอำนาจทางการเมืองของฝ่ายอนุรักษ์นิยมซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อคณะราษฎร งานฉลองรัฐธรรมนูญของแต่ละจังหวัดจึงถูกรวมกับวันฉลองพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ไม่เว้นแม้แต่งานเหลิมจังหวัดตรังที่ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนชื่อเป็น “งานฉลองพระชนมพรรษาและงานฉลองรัฐธรรมนูญ” โดยควบช่วงเวลาให้มีการจัดงานตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม เพื่อเป็นการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และเชิดชูระบอบการปกครองประชาธิปไตยในช่วงทศวรรษ 2490 จนกระทั่งเมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขึ้นมามีอำนาจในช่วงทศวรรษ 2500 งานฉลองรัฐธรรมนูญในแต่ละจังหวัดจึงค่อย ๆ เลือนหายไป และแทนที่ด้วยงานกาชาด อย่างไรก็ตาม จังหวัดตรังเองก็ยังคงจัดงานเหลิมต่อไป โดยปรากฏให้เห็นถึงการเปลี่ยนชื่องานอีก 2 ครั้ง ได้แก่ “งานเฉลิมพระชนมพรรษา งานฉลองรัฐธรรมนูญ และงานกาชาด“ ในช่วงทศวรรษ 2530* และ “งานฉลองรัฐธรรมนูญ และงานกาชาด จังหวัดตรัง” ซึ่งถูกใช้หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จสวรรคตเมื่อพ.ศ. 2559 และยังคงใช้ชื่องานนี้จนถึงปัจจุบัน โดยมีทั้งการจัดงาานรื่นเริง การจัดแข่งกีฬา พร้อมทั้งการจัดงานกาชาดพร้อม ๆ กัน อีกทั้งยังมีการย้ายสถานที่จัดจากบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด มาจัดที่สนามกีฬาจังหวัดตรัง (ทุ่งแจ้ง) ซึ่งกลายเป็นสถานที่จัดงานเหลิมฯ จนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม แม้ผิวเผินจะดูเหมือนว่าจังหวัดตรังยังคงรักษางานฉลองรัฐธรรมนูญเอาไว้ ทั้งยังมีการจัดงานมหรสพ การแข่งขันกีฬา การจัดแข่งกล่าวสุนทรพจน์ หรือการแสดงต่าง ๆ ภายในงานเหลิมฯ แต่เมื่อดูจากทั้งนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับงานฉลองรัฐธรรมนูญ หรือความรับรู้ถึงความสำคัญของงานฉลองรัฐธรรมนูญของคนในจังหวัดตรังกลับมีน้อยนิดและไม่ได้มีการยึดโยงการเมืองอย่างสมัยก่อน เนื่องจากรูปแบบของงานที่เน้นเรื่องของมหรสพจำพวกคอนเสิร์ตศิลปินท้องถิ่น การแสดงสินค้าและพื้นที่ขายของจากภาคเอกชนเสียเป็นส่วนใหญ่ ผู้คนจึงเน้นเดินทางมางานฉลองรัฐธรรมนูญฯเพียงเพื่อมาซื้อของหรือดูศิลปินนักร้อง ในขณะที่โซนนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง กลับอยู่ในสถานะที่เหมือนเป็นไม้ประดับ ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนเท่าที่ควร อีกทั้งเนื้อหาภายในนิทรรศการ ซึ่งจัดทำโดยหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ ตรัง ยังพยายามสร้างภาพจำพระมหากษัตริย์ในฐานะผู้ก่อร่างสร้างรากฐานประชาธิปไตย โดยเริ่มต้นการนำเสนอประเด็นรากฐานของประชาธิปไตยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ในขณะที่บทบาทของคณะราษฎรซึ่งเป็นผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองหลักกลับถูกละเลยออกไป ทั้งนี้ การมีอยู่ของงานฉลองรัฐธรรมนูญและงานกาชาดในปัจจุบันนี้ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นมรดกตกทอดจากสมัยคณะราษฎร ที่ยังคงหลงเหลืออยู่อย่างชัดเจนที่สุดภายในจังหวัดตรังจนถึงปัจจุบันด้วยเช่นกัน

*ข้อมูลจากการศึกษาของหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ ตรัง ระบุว่าที่มาของการตั้งชื่อ "งานเฉลิมพระชนมพรรษา งานฉลองรัฐธรรมนูญ และงานกาชาด“ ไม่ได้ปรากฏอย่างแน่ชัดว่าเริ่มต้นเมื่อใด พบเพียงหลักฐานว่าปรากฏการใช้ชื่อดังกล่าวเมื่อพ.ศ. 2530 ซึ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องงานฉลองรัฐธรรมนูญก่อนหน้า 2530 ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

จามิกร ยิ้มสุด เขียน
ผลงานผ่านการคัดเลือก การประกวดสารคดีความทรงจำ "วัตถุปฏิวัติ"

รูปภาพ

ยุคที่ ๑ กำเนิดวัตถุสิ่งของคณะราษฎรพ.ศ. ๒๔๗๕ ถึง ๒๔๙๐

ยุคที่ ๒ คณะราษฎรที่ถูกลืมพ.ศ. ๒๔๙๐ ถึง ๒๕๔๙

ยุคที่ ๓ การเกิดใหม่ครั้งที่สองของคณะราษฎรพ.ศ. ๒๕๔๙ ถึง ๒๕๕๗

ยุคที่ ๔ การเกิดใหม่ครั้งที่สามของคณะราษฎรพ.ศ. ๒๕๕๗ ถึง ปัจจุบัน

คลิปวิดีโอ

พิกัดสถานที่