วิทยา ดารุณรัมย์ เขียน
รางวัลชนะเลิศลำดับที่ 3 การประกวดสารคดีความทรงจำ "วัตถุปฏิวัติ" (ลิงก์ประกาศผล)
ฉันเกิดไม่ทันเหตุการณ์ในยุคนั้นหรอก แต่ก็พอรู้เรื่องราวอยู่บ้าง เพราะย่าชอบเล่าให้ฟังอยู่บ่อย ๆ ว่าครั้งหนึ่งเมืองเพชรบูรณ์ เคยถูกวาดฝันให้เป็นเมืองสำคัญของประเทศหลังการอภิวัฒน์สยาม ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้สยามเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบรัฐธรรมนูญ การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงการเมืองเท่านั้น แต่ยังนำไปสู่ความพยายามสร้างรัฐสมัยใหม่ เรื่องเล่าของย่าทำให้ฉันเริ่มมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวด้วยความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะสถานที่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางเมืองเพชรบูรณ์ นั่นคือเสาหลักเมืองนครบาลเพชรบูรณ์
ย่าบอกว่า ในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ เมืองเพชรบูรณ์ไม่ได้เป็นเพียงเมืองเงียบสงบอย่างที่เห็นในปัจจุบัน แต่เคยเป็นศูนย์กลางของแผนการใหญ่ทางการเมือง ในสมัยรัฐบาลของ จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ซึ่งเป็นผู้นำของคณะราษฎร์ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์สงครามโลกครั้งที่สอง และกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวงในเวลานั้นตกอยู่ในความเสี่ยงจากการโจมตีทางอากาศ รัฐบาลจึงเริ่มพิจารณาหาพื้นที่ที่ปลอดภัยกว่า เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศ เมืองเพชรบูรณ์จึงถูกเลือกให้เป็นพื้นที่สำคัญในแผนการดังกล่าว
ใน พ.ศ. ๒๔๘๗ รัฐบาลได้มีแนวคิดจัดตั้ง “นครบาลเพชรบูรณ์” โดยมีเป้าหมายให้เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการปกครองแห่งใหม่ของประเทศ มีการวางแผนสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ เพื่อรองรับการย้ายหน่วยงานของรัฐมายังพื้นที่แห่งนี้ ข้าราชการ ทหาร และแรงงานจำนวนมาก ถูกส่งเข้ามาดำเนินงานพัฒนาเมืองเพชรบูรณ์ เมืองที่เคยเงียบสงบจึงเริ่มมีความเคลื่อนไหวมากขึ้นตามแผนการพัฒนาของรัฐ แม้แผนการดังกล่าวจะดำเนินไปได้ไม่สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ แต่ร่องรอยของความพยายามนั้นก็ยังคงปรากฏอยู่ในพื้นที่
หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของช่วงเวลานั้นคือเสาหลักเมืองนครบาลเพชรบูรณ์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นหลักชัยของเมืองและเป็นสัญลักษณ์ของการจัดตั้งนครบาลแห่งใหม่ เสาหลักเมืองไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของผู้คนเท่านั้น หากยังเป็นเครื่องหมายที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐไทยในยุคหนึ่งที่ต้องการสร้างเมืองศูนย์กลางแห่งใหม่ และกำหนดทิศทางของประเทศท่ามกลางสถานการณ์สงครามและความไม่แน่นอนทางการเมือง
ฉันเคยมีโอกาสไปยืนอยู่หน้าเสาหลักเมืองด้วยตนเอง ฉันพบว่าสถานที่แห่งนี้ดูเงียบสงบกว่าที่เคยจินตนาการ ผู้คนที่เดินทางมาส่วนใหญ่ มักมากราบไหว้ขอพรตามความเชื่อ แต่เมื่อฉันนึกถึงเรื่องที่ย่าเคยเล่า ความหมายของเสาหลักเมืองก็เปลี่ยนไปทันที มันไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หากยังเป็นพยานเงียบ ๆ ของช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญทั้งสงครามและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เสาหลักเมืองที่ตั้งอยู่ตรงหน้านั้นจึงไม่ใช่เพียงสิ่งก่อสร้างธรรมดา หากเป็นหลักฐานที่บอกเล่าถึงความพยายามของผู้นำประเทศในยุคหนึ่งที่ต้องการสร้างเมืองใหม่และกำหนดอนาคตของประเทศ
ทุกครั้งที่ฉันเดินทางผ่าน ฉันมักคิดอยู่เสมอว่า หากไม่มีใครเล่าเรื่องเหล่านี้ต่อไป วัตถุชิ้นนี้จะยังคงมีความหมายอะไรอยู่บ้าง หรือมันจะกลายเป็นเพียงสถานที่ที่ผู้คนเดินผ่านโดยไม่รู้ว่าครั้งหนึ่งมันเคยเกี่ยวข้องกับแผนการสำคัญของประเทศ เรื่องเล่าของย่าทำให้ฉันเข้าใจว่าวัตถุทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ตามกาลเวลา แต่เป็นพื้นที่ที่เก็บรักษาความทรงจำของผู้คน และทำให้เรามองเห็นอดีตของสังคมไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น