ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ชื่อ:
อนุสาวรีย์พระเริงรุกปัจจามิตร: วีรบุรุษปราบกบฎที่ถูกลืม
ปีที่สร้าง:
2478
สถานะ:
คงอยู่
พิกัดสถานที่:

ณัฐธยาน์ สวัสดิ์วรากร เขียน
รางวัลชนะเลิศลำดับที่ 1 การประกวดสารคดีความทรงจำ "วัตถุปฏิวัติ" (ลิงก์ประกาศผล)

นับตั้งแต่หมุดคณะราษฎรถูกอุ้มหาย อนุสาวรีย์ปรากบฏถูกเคลื่อนย้ายจนสาบสูญ อนุสาวรีย์พระพหลฯ ที่ลพบุรีถูกแทนที่ เห็นได้ชัดว่ามีความพยายามในการรื้อทำลายมรดกความทรงจำที่เกี่ยวพันกับคณะราษฎรอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เชิดชูอุดมการณ์ฝั่งปรปักษ์การปฏิวัติ ยกย่องเทิดทูนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กบฏบวรเดชอย่างโจ่งแจ้ง ชื่อของพระองค์เจ้าบวรเดช พระยาศรีสิทธิสงคราม ถูกรื้อฟื้นและสร้างความทรงจำใหม่ ในฐานะผู้จงรักภักดีต่อระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทว่าภายใต้เงาของเรื่องราวเดียวกันนั้น ชื่อเสียงเรียงนามของวีรบุรุษผู้พิทักษ์การปฏิวัติกลับถูกกลบฝัง ลดทอนคุณค่า จนลบเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คนโดยแทบไม่เหลือร่องรอย เช่นเดียวกับอนุสาวรีย์พระเริงรุกปัจจามิตร ซึ่งเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงนายทหารม้าผู้มีบทบาทสำคัญในการปราบกบฏที่โคราชและปลุกขวัญกำลังใจแก่ชาวโคราชหลังเหตุการณ์กบฏบวรเดช

นายพันเอกพระเริงรุกปัจจามิตร (ทอง รักสงบ) เกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2434 สำเร็จการศึกษาโรงเรียนนายร้อยทหารบก ในปี 2454 จากนั้นเข้าประจำการในกรมทหารม้า ต่อมาในปี 2471 เป็นผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ พระเริงรุกปัจจามิตรได้สร้างวีรกรรมครั้งสำคัญแก่ชาติคือ เป็นผู้บังคับกองรบฝ่ายรัฐบาลในการปราบกบฏบวรเดชในเดือนตุลาคม 2476 โดยรุกไล่ กดดัน ต่อสู้ ปะทะกับกองกำลังฝ่ายกบฏตามเส้นทางรถไฟด้วยความกล้าหาญนับตั้งแต่สถานีชุมทางบ้านภาชีจนถึงเมืองนครราชสีมา กระทั่งได้รับชัยชนะอย่างสง่างาม หลังจากนั้นพระเริงรุกปัจจามิตรรับหน้าที่เป็นผู้รักษาการฝ่ายทหาร และได้ทำการประกอบพิธีศพให้แก่ทหารฝ่ายกบฏบวรเดชที่เสียชีวิตอย่างสมเกียรติ ในเดือนพฤศจิกายน 2476 รวมถึงจัดงานมหรสพและประกอบพิธีทำขวัญเมืองเพื่อปลอบขวัญและชักจูงให้ชาวโคราชไว้วางใจและเชื่อมั่นในรัฐบาลระบอบใหม่ จากนั้นในเดือนธันวาคม 2476 ท่านได้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 3 โดยร่วมมือกับฝ่ายพลเรือนส่งเสริมการศึกษาแก่ชาวโคราช ส่งเสริมกิจการลูกเสือเพื่อกระตุ้นให้เกิดความรักชาติ มีการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาด้วยการหล่อพระประธานวัดสุทธจินดาและส่งเสริมการศึกษาของพระสงฆ์

นอกจากนั้นพระเริงรุกปัจจามิตรยังพยายามผลักดันให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจในระบอบรัฐธรรมนูญ โดยอบรมให้นายทหารไปบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญให้แก่ราษฎร ติดต่อกับคณะสงฆ์อีสานให้ช่วยเผยแพร่รัฐธรรมนูญโดยเปรียบเทียบกับหลักธรรม และที่สำคัญท่านเป็นผู้ที่ผลักดันให้รัฐบาลพระยาพหลฯ สร้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อนุสรณ์วีรสตรีสามัญชนแห่งแรกของสยาม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ชาวโคราชหลังผ่านเหตุการณ์กบฏบวรเดช ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังเดินทางไปติดต่อราชการด้วยตัวเองทั่วภาคอีสาน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับข้าราชการตามหัวเมือง ทว่าจากการเดินทางด้วยความตรากตรำจึงทำให้ท่านล้มป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบในเดือนสิงหาคม 2478 อันสร้างความเศร้าสลดแก่ข้าราชการและประชาชนชาวโคราชเป็นอย่างยิ่ง

อนุสาวรีย์พระเริงรุกปัจจามิตร เป็นอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของพระเริงรุกปัจจามิตรที่สร้างประโยชน์ให้แก่ชาติและระบอบรัฐธรรมนูญ อนุสาวรีย์ตั้งอยู่ในวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร หรือ “วัดกลางนคร” จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นวัดโบราณที่เคยประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในสมัยระบอบเก่า รวมถึงเคยเป็นที่ตั้งเจดีย์บรรจุอัฐิของท้าวสุรนารีจนถึง พ.ศ. 2477

อนุสาวรีย์ออกแบบในรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์โดยเน้นความสงบและเข้มแข็ง อนุสาวรีย์มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงเรือนธาตุสำหรับบรรจุอัฐิพระเริงรุกปัจจามิตร ซุ้มด้านทิศตะวันตกเป็นภาพถ่ายพระเริงรุกปัจจามิตร มีข้อความว่า “อนุสาวรีย์นายพันเอก พระเริงรุกปัจจามิตร (ทอง รักสงบ)” ซุ้มด้านทิศเหนือมีจารึกข้อความว่า “เป็นผู้ยอมเสียสละ บำเพ็ญประโยชน์ แก่ชาติเป็นอย่างดี ซึ่งประเทศชาติ สรรเสริญแล้ว” ซุ้มด้านทิศใต้มีจารึกข้อความว่า “นายพันเอก พระเริงรุกปัจจามิตร เกิดวันที่ 28 มีนาคม 2434 มรณกรรม เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2478 อายุ 45 ปี” บริเวณฐานของอนุสาวรีย์มีการตกแต่งเป็นลวดลายปืน กระบี่ และเกือกม้า อันเป็นสัญลักษณ์ของทหารม้า (ทิศตะวันตก) ลายปืนใหญ่ (ทิศตะวันออก) ลายปืนเล็กยาวและปืนกลเบา (ทิศเหนือ) และลายปืนกลหนัก (ทิศใต้) อนุสาวรีย์แห่งนี้ต่อมาได้มีการก่อสร้างเจดีย์ทรงเรือนธาตุขนาดย่อมเพิ่มเติมอีก 4 องค์ในแต่ละมุม รวมถึงก่อกำแพงแก้วล้อมรอบอนุสาวรีย์

พระเริงรุกปัจจามิตรอาจมิใช่บุคคลสำคัญลำดับต้น ๆ ที่จะถูกรำลึกถึงในเหตุการณ์กบฎบวรเดช มิได้ถูกยกย่องอย่างเอิกเกริก อนุสาวรีย์ของท่านไม่ใช่สถาปัตยกรรมโอ่อ่าทั้งยังไม่ได้เป็นที่สักการะบูชาศักดิ์สิทธิ์ ทว่าที่ตรงนั้นกลับบรรจุวีรกรรมอันกล้าหาญของวีรบุรุษของชาติไว้ คุณูปการของท่านที่มีต่อการพิทักษ์ปกป้องระบอบรัฐธรรมนูญควรประทับไว้ในความทรงจำร่วมของคนรุ่นหลัง ดังที่พระราชธรรรมนิเทศกล่าวถึงในหนังสือ “เริงรุก” รำลึก ความว่า “ขอผลานิสงส์ทั้งมวลที่จะพึงได้รับจากการบำเพ็ญของข้าพเจ้าครั้งนี้ จงเป็นผลสำเร็จแก่ นายพันเอก พระเริงรุกปัจจามิตร และจงเป็นเครื่องช่วยพิทักษ์รักษาให้นามของพระเริงรุกปัจจามิตรดังก้องอยู่คู่สยามปัจจุบัน เทอญ ฯ”

รูปภาพ

ยุคที่ ๑ กำเนิดวัตถุสิ่งของคณะราษฎรพ.ศ. ๒๔๗๕ ถึง ๒๔๙๐

ยุคที่ ๒ คณะราษฎรที่ถูกลืมพ.ศ. ๒๔๙๐ ถึง ๒๕๔๙

ยุคที่ ๔ การเกิดใหม่ครั้งที่สามของคณะราษฎรพ.ศ. ๒๕๕๗ ถึง ปัจจุบัน

พิกัดสถานที่